มือใหม่ควรรู้วิธีการแจ้ง เคลมประกันรถยนต์ 

Mazda City - เคลมประกันรถยนต์_00

วิธีการแจ้ง เคลมประกันรถยนต์ ที่ผู้ขับขี่รถยนต์มือใหม่ควรรู้

อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นได้อย่างไม่คาดคิด ซึ่งแต่ละครั้งก็มีค่าใช้จ่ายจำนวนไม่น้อยสิ่งที่เจ้าของรถขาดไม่ได้เลยคือประกันรถยนต์ที่สามารถคุ้มครองและแบ่งเบาภาระในเวลาเดียวกัน นอกจากผู้ใช้รถจะมีประกันรถยนต์แล้วจะต้องเรียนรู้ขั้นตอนการ เคลมประกันรถยนต์ ไว้ด้วยเพราะถ้าหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น เจ้าของรถควรรู้ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง ต้องเคลมยังไง Mazda City รวบรวมข้อมูลที่ผู้ขับรถมือใหม่ควรรู้ไว้ที่นี่

ในปัจจุบันผู้ใช้รถยนต์มีจำนวนสูงขึ้นอย่างมาก เนื่องด้วยปัจจัยหรือสถานการณต่างๆไม่ว่าจะเป็นความสะดวกสบายหรือสถานการณ์โรคระบาดจึงทำให้ผู้คนหันมาใช้รถส่วนตัวมากขึ้น หลายคนคงจะสงสัยว่าทำไมต้องมีการทำประกันภัยรถยนต์รวมไปถึงมีกฎหมายบังคับให้ทำประกันภัยรถยนต์ การทำประกันภัยรถยนต์ถือเป็นการลดความเสี่ยงในการเสียค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดอุบัติเหตุเพื่อที่เจ้าของรถไม่ต้องแบกรับภาระเองทั้งหมด อีกทั้งยังสามารถนำเงินไปจ่ายค่ารักษาพยาบาล และการเคลมประกันรถยนต์ยังช่วยซ่อมแซมทรัพย์สินที่เสียหาย ซึ่งได้รับการชดเชยจากการทำประกันตามแต่ตกลงไว้กับบริษัทประกัน

หากพูดถึงประโยชน์ของประกันรถยนต์สิ่งแรกที่คนนึกถึงคงเป็นการช่วยในด้านการเงิน ซึ่งหากเจ้าของรถยนต์ไม่ได้ทำประกันภัยรถยนต์ไว้ เจ้าของรถยนต์ก็ต้องชดใช้คู่กรณีหรือออกค่าซ่อมเองทั้งหมด ซึ่งก็คงใช้เงินจำนวนไม่น้อย นอกจากนีการทำประกันรถยนต์ยังมีข้อดีอื่นอีก เช่น ช่วยคุ้มครองรถยนต์ ถ้าผู้ถือประกันเลือกประเภทที่คุ้มครองแบบครอบคลุมแล้วละก็ หากเกิดกรณีรถยนต์ถูกโจรกรรม หรือไฟไหม้ บริษัทประกันภัยจะใช้เงินทดแทนรถที่หายไปหรือถูกไฟไหม้หรือช่วยประหยัดเงินในการรักษาพยาบาล ซึ่งจะช่วยประหยัดเงินต่อผู้เอาประกันและผู้โดยสารในรถด้วย เพียงแค่จ่ายเบี้ยประกันภัยต่อปีไม่กี่บาท ก็สามารถช่วยรองรับความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุที่อาจะเกิดขึ้น หนึ่งในวิธีเตรียมพร้อมที่ดีที่สุดสำหรับคนมีรถก็คือ การทำประกันรถยนต์

Mazda City - เคลมประกันรถยนต์_02
ประเภทประกันรถยนต์

ประกันภัยในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบให้กับลูกค้าได้เลือกตามความต้องการหรือตามงบประมาณ อย่างที่ทราบกันดีอย่างประกันชั้น 1, 2, 2+, 3, 3+ หรือที่เรียกว่า “ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ” โดยที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่าแต่ละแบบนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร เราจะมาทำความรู้จักกับความแตกต่างประกันภัยรถยนต์ แต่ละประเภท ช่วยให้มือใหม่เลือกประกันที่เหมาะสมได้ ดังนี้

ประกันรถยนต์ประเภท 1

แม้จะต้องจ่ายเบี้ยรายปีที่สูงก็ตาม แต่ด้วยความคุ้มครองที่ครอบคลุมสำหรับยานพาหนะของทั้งสองฝ่าย ประกันประเภทนี้เป็นประกันภัยรถยนต์ที่ได้รับความนิยมที่สุด

ความคุ้มครอง

  • ความเสียหายต่อตัวรถ 
  • การถูกโจรกรรม 
  • บาดเจ็บ
  • ค่าใช้จ่ายในการลากจูงรถ
  • ความเสียหายจากธรรมชาติ เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม

ประกันภัยรถยนต์ประเภท 2

ไม่มีการคุ้มครองสำหรับผู้เอาประกันหากรถเกิดเฉี่ยวชน พลิกคว่ำ สูญหาย เหตุไฟไหม้หรือเกิดอุบัติเหตุ (เมื่อผู้เอาประกันภัยเป็นฝ่ายผิด)

ความคุ้มครอง 

  • ชีวิตร่างกาย
  • บาดเจ็บ
  • ทรัพย์สิน (เฉพาะคู่กรณีเท่านั้น)

ประกันรถยนต์ประเภท 3

เรียกว่าราคาเบี้ยประกันถูก โดยประกันประเภทนี้ให้ความคุ้มครองเมื่อกรณีผู้เอาประกันภัยเป็นฝ่ายผิด โดยมีการคุ้มครองไมเกินวงเงินที่ระบุไว้

ความคุ้มครอง 

  • เฉพาะชีวิตร่างกาย 
  • ทรัพย์สิน (คู่กรณีเท่านั้น)

ประกันรถยนต์ประเภท 4

ประกันประเภทนี้มีความคุ้มครองที่ไม่มากนัก เหมาะกับผู้ที่ไม่ค่อยได้ใช้งานรถยนต์มากนัก ไม่มีความเสี่ยงในการสูญหายหรือไฟไหม้ เนื่องจากประกันชั้น 4 ไม่มีความคุ้มครองในส่วนนี้ จึงเป็นที่มาของประกันที่มีราคาเบี้ยประกันถูกที่สุด  โดยในกรณีที่ผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิดจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนของรถของผู้เอาประกันเอง

ความคุ้มครอง 

  • ทรัพย์สินบุคคลภายนอกเท่านั้น

ประกันภัยรถยนต์ประเภท 5 (ประกันชั้น 2+/ประกันชั้น 3+)

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ (ประเภท 5) มีราคาเบี้ยประกันที่สูงขึ้นมาเล็กน้อยจากประเภทที่ 2 

ความคุ้มครอง ให้ความคุ้มครองเหมือนประเภท 2 

  • เพิ่มความคุ้มครองต่อตัวรถยนต์ของผู้เอาประกันภัย
  • ภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ (ประเภท 5)  ไม่ได้รับความคุ้มครองในส่วนของรถยนต์โดนไฟไหม้

ความคุ้มครอง ให้ความคุ้มครองเหมือนประเภท 3 

  • เพิ่มความคุ้มครองต่อตัวรถยนต์ของผู้เอาประกันภัยและคู่กรณี (กรณีชนโดยมีคู่กรณี)

หลังจากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นหลายคนคงต้องการ “เคลมประกันรถยนต์” นี่คือสิ่งที่คนทำประกันรถทุกคนหรือมือใหม่จำเป็นต้องรู้

แจ้งเคลมประกัน คืออะไร

การเคลมประกันรถยนต์ คือ การเรียกบริษัทประกันมาจัดการปัญหาหลังจากที่เกิดอุบัติเหตุหรือต้องการซ่อมรถโดยทางบริษัทประกันจะเป็นผู้ออกใบซ่อมให้ ซึ่งการแจ้งเคลมถ้ายังอยู่ในสัญญาก็สามารถแจ้งเคลมได้ไม่จำกัดครั้งและไม่จำกัดว่าเกิดความเสียหายแค่ไหน

Mazda City - เคลมประกันรถยนต์_04
ประเภทของการเคลมประกันรถยนต์มีอะไรบ้าง

โดยการเรียกเคลมนั้นมีด้วยกัน 2 รูปแบบ ดังนี้

เคลมประกันรถยนต์แบบสด

คือการเคลม ณ ที่เกิดเหตุ และมีพนักงานบริษัทประกันมาตรวจสอบ ณ ที่เกิดเหตุ โดยสามารถแยกย่อยได้ 2 กรณี

1.1 แบบมีคู่กรณี 

การเกิดอุบัติเหตุในรูปแบบรถชนกับรถ (รถชนด้วยกันเอง) ซึ่งจะมีพนักงานจากบริษัทประกันมาตรวจสอบและประเมินสถานการณ์ว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิด  

โดยฝ่ายที่ผิดอาจจะต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) ให้กับคู่กรณีก่อน ซึ่งบริษัทจะเป็นผู้จ่ายแทนลูกค้าให้ก่อนในส่วนแรกของค่าเสียหาย ตามแต่ที่ตกลงไว้กับทางบริษัทประกัน (ทั้ง Deductible และ Excess) และเรียกคืนภายใน 7 วัน

ในกรณีที่ค่าเสียหายเท่ากับหรือน้อย Deductible หรือ  excess ลูกค้าจ่ายค่าซ่อมกับอู่โดยตรง อู่ไม่ต้องตั้งเบิกค่าซ่อม 

1.2 แบบไม่มีคู่กรณี

รถของผู้เอาประกันเกิดอุบัติเหตุ ในกรณีที่รถของผู้ถือประกันชนกับสิ่งของหรือวัตถุจนเกิดความเสียหายมาก เช่น ชนต้นไม้หรือเสาไฟฟ้า โดยกรณีนี้ผู้ถือประกันจะต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) ก่อนเสมอ หรือในกรณีที่ถูกรถอื่นชนแล้วหลบหนี ไม่สามารถแจ้งรายละเอียดคู่กรณีได้ แต่หากแจ้งรายละเอียดคู่กรณีได้ และมีการแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับพนักงานสอบสวน ไม่ต้องเสียค่า Deductible หรือ excess เนื่องจากทางบริษัทประกันจะดำเนินการตามเรียกร้องเองในภายหลัง

ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์แบบสด

  1. เตรียมเล่มกรมธรรม์และโทรแจ้งศูนย์ประกัน แจ้งหมายเลขกรมธรรม์ ชื่อ ทะเบียนและยี่ห้อรถ ตำแหน่งที่เกิดเหตุ และรายละเอียดเหตุการณ์ 

  1. ระหว่างรอตัวแทนประกัน รวบรวมเอกสาร บัตรประชาชน ใบขับขี่ กรมธรรม์ และเล่มทะเบียนรถ สำหรับการยื่นเรื่อง

  1. หลังประกันประเมินเหตุการณ์ หากเป็นกรณีที่มีคู่กรณีจะต้องตรวจสอบด้วยว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายถูกหรือผิด โดยฝ่ายที่ผิดอาจต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) เพื่อเยียวยาคู่กรณีก่อน ตามแต่ที่ตกลงไว้กับทางบริษัท

  1. หลังจากได้ข้อสรุปและประเมินค่าเสียหายเรียบร้อยแล้ว ทางบริษัทประกันจะออกใบประเมินความเสียหายให้ผู้ถือประกันนำรถไปเคลมกับอู่ซ่อมรถในเครือบริษัทได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม

เคลมประกันรถยนต์แบบแห้ง

คือ การเคลมหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ ไม่เกิน 2-3 วัน และสาเหตุการเคลมมักจะเกิดจากกรณีที่เกิดการเฉี่ยวชนหรืออุบัติเหตุแบบเบาๆ โดยผู้ถือประกันต้องระบุรายละเอียดการเกิดอุบัติเหตุ วันที่ สถานที่ แล้วจึงแจ้งเคลมกับบริษัทประกัน 

โดยกรณีพิเศษคือการ “เคลมรอบคัน” ซึ่งในกรณีเคลมประกันรถยนต์แบบแห้ง การเคลมรอบคันอย่างการเก็บรายละเอียดร่องรอยต่างๆ รอบตัวรถจะมีเพียงแค่การเคลมประกันรถยนต์ชั้น 1 เท่านั้น 

ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์แบบแห้ง 

  1. ถ่ายรูป ณ ที่เกิดเหตุ หลักฐานความเสียหายต่างๆ รวมถึงข้อมูลเวลาและสถานที่ที่เกิดเหตุ

  1. ติดต่อแจ้งความเสียหายไปยังศูนย์ประกันเพื่อนัดตรวจสอบสภาพรถว่าเสียหายจริงตามที่แจ้งหรือไม่

  1. หลังตรวจสอบเรียบร้อยแล้วจะได้รับใบประเมินความเสียหายจากบริษัทประกัน  โดยสามารถนำไปส่งเคลมกับอู่ในเครือของบริษัทประกันได้ทันที

*หมายเหตุ : แบบเคลมแห้งอาจมีค่าใช้จ่ายส่วนแรกก่อน ประมาณ 1,000 – 4,000 บาท ตามแต่ตกลงกับบริษัทประกัน

ระยะเวลาพิจารณาเคลมประกันรถยนต์

บริษัทฯ จะจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทน

  • ภายใน 15 วัน สำหรับประกันภัยภาคสมัครใจ หลังจากวันที่มีการตกลงเรื่องค่าสินไหมทดแทน 
  • ภายใน 7 วัน สำหรับประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) หลังจากวันที่มีการตกลงเรื่องค่าสินไหมทดแทน 

(ให้วันที่มีการตกลงเรื่องค่าสินไหมทดแทน เป็นวันที่มี การยื่นเอกสารครบถ้วน เคลมได้รับการอนุมัติ และการตกลงค่าเสียหายเป็นที่ยุติแล้ว)

เอกสารสำหรับการเคลมประกันรถยนต์
  1. สำเนาใบขับขี่ของผู้ขับขี่ขณะเกิดเหตุ
  2. สำเนาทะเบียนรถ
  3. สำเนาหน้าตารางกรมธรรม์
  4. สำเนาบันทึกประจำวัน (แล้วแต่กรณี)
  5. เอกสารชนแล้วแยก หรือใบหลักฐานยอมรับผิดจากคู่กรณี (แล้วแต่กรณี)
กรณีใดบ้างที่ประกันจะไม่คุ้มครอง
  1. ใช้รถยนต์ในทางผิดกฎหมาย เช่น ขนส่งยาเสพติด หรือปล้นทรัพย์สิน
  2. การใช้รถยนต์ผิดประเภท เช่น ใช้แต่งซึ่งเพื่อนำไปแข่งขันซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น
  3. อุบัติเหตุที่ผู้ขับขี่เมาแล้วขับ (แอลกอฮอล์อยู่ในเลือดเกินกว่า 150 มิลลิกรัม)
  4. การใช้รถยนต์ผิดประเภท เช่น นำรถไปใช้งานแบบลากจูง ซึ่งทำให้รถยนต์เสียหายโดยไม่ได้เกิดจากการใช้รถแบบปกติ
  5. นำรถไปใช้นอกอาณาเขตคุ้มครอง (การขับขี่รถนอกประเทศ) แต่หากจำเป็นต้องเอาไปสามารถแจ้งกับทางบริษัทประกันได้แล้วแต่กรณี
  6. อุบัติเหตุจากสงคราม การปฏิวัติต่อต้าน อาวุธปรมาณู และความเสียหายจากกัมมันตภาพรังสี 

หลังจากที่อ่านบทความทุกคนจะทราบว่าการติดต่อเพื่อเคลมประกันรถยนต์กับทางบริษัทประกันนั้นง่ายนิดเดียว เพียงเตรียมเอกสารการส่งเรื่องเคลมให้ครบถ้วนเท่านั้น ก็สามารถยื่นเรื่องเคลมได้อย่างง่ายดาย การทำประกันให้สอดคล้องกับความต้องการของเจ้าของรถนั้นเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อที่จะบริหารจัดการความเสี่ยงที่มากับการใช้รถได้อย่างเหมาะสมนั่นเอง

อ้างอิงข้อมูลจาก : www.azay.co.thwww.ancbroker.comwww.moneyguru.co.th

สามารติดตามข้อมูล โปรโมชั่น มาสด้า ได้ตามที่ช่องทางทั้งหมดนี้เลย!! ส่วนลดสูงสุดมาสด้าโปรดีสุดในประเทศ

—— Mazda City ยินดีให้บริการ ——

Inbox : m.me/mazdacity
Link Line : https://line.me/R/ti/p/%40mazdacitythailand
Line ID : @mazdacitythailand
โชว์รูม-ศูนย์บริการสาขาหัวหมาก : 02-736-3888085-6612588
ศูนย์ซ่อมสี-ตัวถังรามคำแหง 69 : 02-718-5060091-7727588
Website : https://www.mazdacity.co.th
Youtube : https://bit.ly/3feMh3E


COPYRIGHTS 2019. ALL RIGHTS RESERVED