5 จุดสำคัญ ตรวจเช็คสภาพรถยนต์

5 จุดสำคัญ ตรวจเช็คสภาพรถยนต์

Facebook
Twitter
5 จุดสำคัญ ตรวจเช็คสภาพรถยนต์

5 จุดสำคัญ ตรวจเช็คสภาพรถยนต์

ทุกครั้งที่เดินทางไกล เรามักจะต้อง ตรวจเช็คสภาพรถยนต์ เพื่อความพร้อมสำหรับการเดินทางที่ปลอดภัยก่อนเสมอ และแน่นอนว่า ถึงแม้จะไม่ได้เดินทางไปไหนไกล เพียงแค่ขับขี่อยู่ในเมืองตามปกติ เราก็ไม่ควรละเลยในการตรวจเช็คสภาพเครื่องยนต์ของเราว่ายังทำงานปกติอยู่ไหม เพื่อเตรียมความพร้อม และป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างสุดวิสัย

วันนี้ Mazda City เลยนำเคล็ดลับมาแนะนำในการตรวจเช็คสภาพรถยนต์คร่าวๆ ด้วยตัวเอง ทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน คุณผู้หญิงที่ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องเครื่องยนต์ ก็สามารถตรวจเช็คได้ด้วยตนเองเช่นกันค่ะ

5 จุดสำคัญที่ควรตรวจเช็คหลักๆ มีดังนี้

1. น้ำมันเครื่อง

ตรวจเช็คสภาพรถยนต์ เช็คน้ำมันเครื่อง

น้ำมันเครื่องเป็นส่วนสำคัญของเครื่องยนต์ที่เราควรตรวจเช็คทุกครั้งก่อนเดินทางไกล วิธีเช็คก็ง่ายนิดเดียว

การเช็คน้ำมันเครื่อง โดยการดึงก้านน้ำมันเครื่องออกมาเช็ดทำความสะอาดตรงปลายก้านที่มีน้ำมันติดอยู่ แล้วใส่กลับไปที่เดิม ก่อนจะดึงออกมาอีกครั้ง เพื่อวัดระดับว่ามีน้ำมันเครื่องเหลืออยู่เท่าไร ดูได้จากเกจวัดระดับ ดีที่สุดต้องอยู่ในจุด F หรือ Full และอย่าปล่อยให้น้ำมันเครื่องแห้งเด็ดขาด

นอกจากนี้ ควรหาเวลาเช็คน้ำมันหล่อลื่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเบรก หรือน้ำมันเกียร์กันด้วยนะคะ

2. หม้อน้ำ

เช็คหม้อน้ำ

การเช็คหม้อน้ำ ควรเช็คตอนที่เครื่องยนต์ไม่มีความร้อน หรือก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์ในตอนเช้า โดยการเปิดฝาหม้อน้ำ หรือถังพักน้ำสำรอง ดูสีและสภาพ ว่ายังดูดีเหมือนตอนแรกหรือเปล่า น้ำลดหายไปมากแค่ไหน ถ้าหายก็เติมด้วยน้ำยาหล่อเย็น หรือน้ำเปล่าก็ได้ แต่ถ้าหากสภาพเริ่มมีสีของสนิม ก็สมควรหาเวลาเปลี่ยนถ่ายเลยค่ะ

3. แบตเตอรี่

เช็คแบตเตอรี่

การเช็คสภาพแบตเตอรี่ เป็นส่วนสำคัญ เพราะทุกครั้งที่มีการสตาร์ทรถไม่ติด หรือมีปัญหาแบตเสื่อม เกิดสตาร์ทรถไม่ติดขึ้นมาระหว่างเดินทางไกล ทำให้เสียเวลาได้ง่ายๆ และอันตรายด้วย หากเราไปในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย

แบตเตอรี่รถยนต์มีทั้งแบบน้ำ และแบบแห้ง หากเป็นแบบแห้ง ไม่ต้องดูแลอะไรมากมาย แค่สังเกตอาการว่าเมื่อไหร่ที่สตาร์ทติดยาก หรือถึงอายุการใช้งานก็เตรียมเปลี่ยนได้ แต่ถ้าเป็นแบตเตอรี่แบบน้ำ หากใช้ไปได้สักระยะ น้ำในแบตจะเริ่มระเหยออก ต้องคอยเติมอยู่เสมอไม่ให้ขาด และอย่าเติมจนล้นเกินไป เพราะถ้ามันเดือดจนล้น น้ำก็อาจจะทะลักออกมากัดขั้ว หรือกัดตัวถังรถได้

4. ยางรถยนต์

เช็คยางรถยนต์

การเช็คสภาพยางรถยนต์ ดูจากสภาพยางทั้ง 4 ล้อคร่าวๆ ว่ามีอะไรผิดปกติ หรือสึกหรออะไรบ้าง และตรวจเช็คยางอะไหล่ว่ายังพร้อมใช้หรือไม่ หากมีความผิดปกติใดๆ เกิดขึ้น ยางรั่ว หรือดอกยางสึก ควรรีบนำไปให้ช่างดู ถ้าสภาพยางไม่ดีแล้ว ก็ควรเปลี่ยนใหม่เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ค่ะ

5. สัญญาณไฟ

เช็คสัญญาณไฟ

สุดท้ายนี้ เป็นส่วนสำคัญไม่น้อยกว่าข้ออื่นเลย นั่นก็คือการเช็คความสว่างของไฟ ว่ามีส่วนไหน ตรงไหนที่มีปัญหาบ้าง ทั้งไฟหน้าสูง-ต่ำ ไฟท้าย ไฟเบรก ไฟถอยหลัง และไฟฉุกเฉิน เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่บนท้องถนนทั้งกลางวัน และกลางคืนค่ะ

หลังจากตรวจเช็คความพร้อมของสภาพยานพาหนะของเราเรียบร้อยกันแล้ว ผู้ขับก็ควรเตรียมตัว และมีความพร้อมในการขับขี่เช่นกัน ควรพักผ่อนให้พอ และมีสติในการขับขี่ทุกครั้ง ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการรบกวนสมาธิการขับรถ และอุบัติเหตุบนท้องถนน เพื่อความปลอดภัยทั้งตัวคุณ และผู้ที่ร่วมเดินทางค่ะ